หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: โรคติดต่อจากสุนัขสู่คน  (อ่าน 8425 ครั้ง)
wind
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 13


ดูรายละเอียด
|
« เมื่อ: มีนาคม 24, 2011, 07:57:09 PM »



1. โรคแท้งติดต่อ
สาเหตุ โรคติดต่อร้ายแรงมากเพราะสามารถระบาดมาถึงคน อีกทั้งยังไม่มียารักษาอีกด้วย เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย กลุ่ม Brucella มันเป็นในสัตว์จำพวก ม้า วัว แพะ แกะ ฯลฯ สำหรับในสุนัขเกิดจากเชื้อ Brucella canis สาเหตุของโรคนั้นอาจติดต่อกันโดยการผสมพันธุ์กับสัตว์ที่เป็นโรคไม่ว่าจะเป็น น้ำปัสสาวะ รก ตัวอ่อน หรือสิ่งที่ขับถ่ายออกจากช่องคลอด จะมีเชื้อชนิดนี้ปะปนอยุ่หากสัมผัสจะติดต่อกันทันที หรือมีการปนเปื้อนในอาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ก็จะเข้าสู่การปนเปื้อนในอาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ก็จะเข้าสู่ร่างกายโดยทางผิวหนังซึ่งมีบาดแผลอยู่แม้กระทั่งการหายใจ
อาการ สำหรับสัตว์ที่ได้รับเชื้อนี้ เพศเมียจะค่อนข้างซึม กินน้อย หากท้องจะแท้งเมื่อท้องได้ 45-55 วัน ลูกจะตายหมด หากรอดจะตายภายใน 2-3 วัน โดยมีของเสียสีเทาปนเขียวออกจากช่องคลอดหลายวัน ส่วนในเพศผู้ไม่แสดงอาการ นอกจากบางรายลูกอัณฑะจะบวมอักเสบ และเล็กลง เนื่องจากเกิดฝ่อตัว เช้อเข้าไปทำลายเซลล์ ทำให้สเปิร์มผิดปกติ ท่อน้ำเชื้ออัณฑะอักเสบ ทำให้ไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ อีกทั้งยังมีการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอในทั้งสองเพศอีกด้วย จึงค่อนข้างจะเป็นผลเสียเนื่องจากโรคนี้สุนัขมักไม่แสดงอาการ ไม่ทำให้สุนัขตาย แต่จะแท้งลูก กว่าเจ้าของจะทราบแม่พันธุ์อาจแพร่โรคไปยังพ่อพันธุ์หลายตัวแล้ว
การป้องกัน โรคนี้นับว่าเป็นอันตรายและภัยคุกคามกับสุนัขและคนมาก เพราะไม่มีวัคซีนป้องกัน วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การตรวจเลือดก่อนผสมพันธุ์ หากพบ เพศเมียต้องคัดทิ้งแ ละเพศผู้ต้องทำหมั่น เพื่องดการผสมพันธุ์ สำหรับคนจะมีวิธีป้องกันคือ เมื่อมีการทำคลอดควรสวมถุงมือทุกครั้งแ ละต้องตวจเลือดของสุนัขก่อนผสมพันธุ์
2. โรคพิษสุนัขบ้า

สาเหตุ นับเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ นอกจากการป้องกัน เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี (rabies virus) หากได้รับเชื้อนี้เข้าไปแล้วจะมีอาการทางประสาท ที่เรียกว่า บ้า หรือโรคกลัวน้ำ คนติดสุนัขได้ทางน้ำลาย โดยมากสัมผัสถูกผิวหนังที่มีรอยแผล เช่น การป้องอาหารให้สุนัข ซึ่งเป็นโรคอยู่แล้วน้ำลายถูกบาดแผล เชื้อก็จะเข้าสู่ร่างกาย หรือถูกกัด สามารถเกิดกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด
อาการ เมื่อสุนัขเป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะมี 2 แบบ คือ แบบดุร้าย ตาขวาง ขากรรไกรแข็ง น้ำลายไหลยืด มีอะไรขวางจะกัดดะ กินน้ำและอาหารไม่ได้ และแบบเซื่องซึม มีอาการเหมือนแบบดุร้าย แต่ต่างกันตรงที่ไม่เข้าหา ชอบหลบซ่อนตัว และมีอาการซึมเศร้าจนตาย
ทำอย่างไรเมื่อถูกกัด เมื่อถูกสุนัขกัดจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ต้องอย่าตกใจ จับสุนัขตัวนั้นขังไว้ดูอาการราว 10 วัน แล้วรีบล้างบาดแผลให้สะอาดด้วยน้ำ ใช้สบู่ล้างคราบน้ำลายและสิ่งสกปรกออกให้มากที่สุดจากนั้นใส่ยาทาแผลสดก่อนไปพบแพทย์ โดยเล่าอาการให้แพทยืฟังเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและฉีดวัคซีนได้ถูก แต่ทางที่ดีก็ควรฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด หากสุนัขนั้นไม่มีเจ้าของ
3. โรคพยาธิตืดหมา
สาเหตุ พยาธิชนิดนี้อยู่ในกลุ่มพยาธิตัวแบ การติดต่อจากสุนัขถึงคนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกับเด็กที่ขอบเล่นสุนัขแล้วอาจไปสัมผัสพยาธิที่มีอยู่ส่วนใหญ่มักเกาะอยู่ตามขนรองๆก้น หลังจากที่สุนัขขับถ่ายของเสียซึ่งจะมีพยาธิติดออกมาด้วย โดยที่เด็กไม่ทันคิดหยิบจับอาหาร เข้าปากไม่ล้างมือให้สะอาดก่อน เจ้าวายร้ายก็จะเข้าไปสู่ร่างกายของเราได้อย่างไม่ยากเย็น
อาการ อาการที่แสดงว่าเป็นโรคพยาธิตัวตืดหมา ซึ่งมักเป็นในเด็ก เบื้องต้นจะปวดศีรษะ ตัวร้อน ท้องร่วง ติดต่อกันจนเรื้อรัง และที่สำคัญก็คือคันรอบทวารหนัก ร่างกายจะผ่ายผอมลง ผู้ปกครองควรรีบนำเด็กที่สงสัย่าจะได้รับเชื้อเข้ารักบารรักษาโดยด่วน
การป้องกัน ดูแลรักษาความสะอาดสุนัขโดยพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ ตามกำหนด และกินยาถ่ายพยาธิดูแลบุตรหลานหรือเด็กอย่าให้เล่นกับสุนัขแปลกหน้า หรือสุนัขที่ไม่แน่ใจว่ามีโรคติดต่อหรือเปล่าหรือไม่หลังจากเล่นกับสุนัขแล้วต้องล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับอาหารเข้าปาก


4. โรคเชื้อรา
สาหตุ โรคนี้สามารถติดต่อถึงคนได้ไม่ยาก เพียงแต่สัมผัสสุนัข ซึ่งมีเชื้อนี้อยู่อาจโดยการเล่นหรือการคลอเคลียของสุนัข คุณอาจได้รับเชื้อนี้โดยไม่ตั้งใจ โดยสังเกตให้ดีว่าสุนัขจะมีอาการขนร่วง คัน ผิวหนังมีสีแดง
อาการ เมื่อติดโรคนี้จากสุนัขแล้ว จะแสดงอาการบริเวณจุดซ่อนเร้น เช่น ง่ามนิ้วมือ เล็บ ซอกเล็บ ผิวหนังจะลอกเป็นขุย และคันมาก เมื่อคุณเกาบ่อยๆ ก็จะเกิดเป็นแผล บางรายถึงกับมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มออกมา ต้องรีบพบแพทย์ให้ทำการรักษา เพราะโรคผิวหนังต้องใช้เวลาในการรักษา
การป้องกัน ไม่คลุกคลีกับสุนัขที่เป็นโรคผิวหนัง หมั่นทำความสะอาดสุนัข หากพบสุนัขเป็นโรคนี้ควรพาไปพบสัตวแพทย์ โดยหมั่นทายาและให้อาหารประเภท โปรตีนมากขึ้นจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สุนัขจะหายไวขึ้น อีกทั้งต้องหมั่นทำความสะอาดกรงและที่ซึ่งสุนัขชอบนอนให้สะอาด
5. โรคพยาธิลำไส้
สาเหตุ สุนัขของคุณอาจได้รับตัวอ่อนของพยาธิลำไส้ เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ ฯลฯ จากการกิจไข่หรือปล้องแก่ของพยาธิซึ่งตกอยู่ตามพื้น หรือจากการจับหนู แมลงสาบกิน พยาธิจะชอนจากผิวหนังเข้าตามกระแสเลือดแล้วไปเติบใหญ่ในลำไส้ของสุนัข หากมีอยู่มากสุนัขก็จะท้องโต เนื่องจากมีน้ำขังอยู่มาก และเสียชีวิตในที่สุด
ส่วนมากติดมาถึงคนนั้น ดดยมากมักจะเกิดในเด็กเสียมากกว่า เนื่องจากเด็กชอบที่จะเล่นกับสุนัข แล้วมักเผลอเอามือเข้าปาก หรือหยิบของกินใส่ปากโดยไม่ได้ล้างมือก่อน เมื่อพยาธิเข้า สู่ร่างกายคนก็จะไปอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง ตับ ลำไส้
อาการ เมื่อเด็กหรือคนที่ได้รับพยาธิจะเริ่มเจ็บป่วยไข้ขึ้นสูง และมีอาการทางประสาท หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลาในเด็กอาจถึงแก่ชีวิต หากเป็นพยาธิชนิดปากขอ โดยมากจะชอบไชเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังอักเสบ มีร่องรอยบวมแดงบนผิวหนังของผู้ที่เป็นชัดเจน ควรรีบพบแพทย์และทำการรักษาโดยด่วน
การป้องกัน วิะีการที่ดีที่สุด ก็คือ รักษาความสะอาดหลังจากเล่นกับสุนัขทุกครั้งต้องล้างมอืให้สะอาดก่อนหยิบจังอาหาร และดูแลเด็กให้ดีพยายามอย่าให้เล่นกับสุนัขสะเปะสะปะโดยไม่แน่ใจ ที่สำคัญก้คือ พาสุนัขของท่านไปฉีดวัคซีน และถ่ายพยาธิอย่างต่อเนื่องทั้งแม่สุนัขก่อนผสมพันธุ์และลูกสุนัขเมื่อเกิดได้ 4 อาทิตย์ก็ต้องเริ่มถ่ายพยาธิแล้ว
6. โรคเลปโตสไปโรซิส
สาเหตุ เป็นโรคติดต่อที่น่ากลัวอีกชนิดหนึ่ง หากติดถึงคน เกิดจากเชื้อเลปโตสไปร่า ถ่ายทอดออกมาพร้อมกับปัสสาวะสุนัข ซึ่งคนอาจสัมผัสถูกปัสสาวะสุนัขซึ่งมีเชื้อโรคนี้อยู่โดยไม่ตั้งใจ แล้วใช้มือหยิบอาหารเข้าปาก อีกสาเหตุหนึ่งก็อาจเกิดจากใช้แหล่งน้ำที่มีปัสสาวะสุนัขปนเปื้อนอยู่ จึงได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'โรคฉี่หนู'
อาการ เมื่อคนได้รับเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายจะเริ่มมีอาการปวดศีรษะ ปวดตามเนื้อตัว และกล้ามเนื้อต่างๆ และที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ตัวจะเหลืองคล้ายเป็นดีซ่าน ควรได้รับการรักษาโดยด่วน
การป้องกัน ดูแลสุนัขขอวคุณโดยตรวจร่างกาย และพาไปฉีดวัคซีนตามกำหนด เมื่อคบุกคลีเล่นกับสุนัขแล้ว ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับอาหารเข้าปาก
การป้องกันโรคติดต่อให้กับสุนัข
1. นำสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดต่อตั้งแต่อายุได้ 6 อาทิตย์ และตามกำหนดตลอด จนถ่ายพยาธิทุก 2-3 เดือน
2. ดูแลเด็กและบุตรหลานในเรื่องของความสะอาด หลังจากเล่นกับสุนัขแล้วต้องล้างมือทุกครั้ง
3. เมื่อรู้สึกว่าร่ายกายผิดปกติ มีอาการเจ็บป่วย รีบไปพบแพทย์ แล้วอย่าลืมนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปพบสัตวแพทย์ด้วยเช่นกัน
4. ไม่ควรเล่นกับสุนัขสุ่มสี่สุ่มห้า
5. หากนำสัตว์เลี้ยงข้างถนนมาเลี้ยง ควรแยกไว้อย่าเลี้ยงรวมกับสัตว์เลี้ยงที่ปลอดโรคจนกว่าจะได้รับการฉีดวัคซีน และถ่ายพยาธิก่อนจึงจะปล่อยเลี้ยงรวมกัน
6. หากพบว่าสุนัขของคุณมีความผิดปกติอย่านิ่งนอนใจ ควรพาไปปรึกษาและให้สัตวแพทย์ตรวจดูอาการ
ขี้เรื้อน หรือสุนัขขี้เรื้อน เป็นคำไทยที่นิยมใช้เรียกสุนัขที่เป็นโรคผิวหนัง ขนร่วง และมีอาการคัน ผอมโซ ชาวบ้านทั่วไปรู้จักสุนัขขี้เรื้อนด้วยกันทุกคน บางคนบอกว่าขี้เรื้อนต้องรักษาด้วยน้ำมันเครื่องทาตัว บางคนบอกว่าให้เอาน้ำหน่อไม้ดองราดจะหาย บางคนรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ดังนั้นจึงควรที่จะรู้จักโรคเรื้อนกันให้ถ่องแท้ต่อไป
สุนัขเป็นขี้เรื้อนจะมีอาการคัน ใช้เท้าเกาตามลำตัว หรือเอาตัวถูตามต้นไม้ ขนตามร่างกายจะร่วงหรือบางตัวขนกลางหลังจะร่วง ซูบผอม เดินโซเซ สุนัขบางตัวขนร่วงหมด จนถูกขนานนาม ว่าหมาหนังกลับ
สาเหตุของขี้เรื้อนมีต่างๆกัน เช่น เกิดจากเห็บ หมัด จากการแพ้ต่างๆ จากพยาธิหัวใจ จากการขาดฮอร์โมนบางชนิด แต่สาเหตุที่แท้จริงและเป็นขี้เรื้อนขนานแท้คือ เกิดจากพยาธิผิวหนัง ทำให้ผิวหนังคัน ขนร่วง เป็นทั้งตัวก็ได้ หรือเป็นเฉพาะที่ก็ได้ จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์ให้ตรวจ โดยต้องขูดเอาผิวหนังมาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาพยาธิซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดคือ
1. ชนิดที่อยู่ที่ผิวหนัง เรียกว่า เชื้อซาคอปติค เป็นขี้เรื้อนแห้งเพราะสุนัขจะแสดงอาการคัน ขนร่วง ตกสะเก็ดแห้งๆ ตามตัว ขี้เรือนนี้ไม่รุนแรงนัก รักษาให้หายขาดได้
2. ขี้เรื้อนที่อยู่ในต่อมน้ำเหลือง ที่รากโคนขน เกิดจากเชื้อดีโมเด็กซ์ ชาวบ้านนิยมเรียกขี้เรื้อนเปียก เพราะผิวหนังของสุนัขที่มีเชื้อจะมีหนองเยิ้ม มันจะแทรกซอนตัวเองลงไปในรูขุมขน ทำให้รักษายาก
การรักษาขี้เรื้อนต้องอดทน เพราะใช้เวลารักษานาน นอกจากให้สัตวแพทย์รักษาให้แล้ว อาจทำเองได้โดยเฉพาะขี้เรื้อนแห้ง ให้ตัดขนบริเวณนั้นออก แล้วขูดผิวหนังฟอกด้วยสบู่อ่อนๆ แล้วจึงค่อยทายาพวกขี้ผึ้งกำมะถัน ผสมน้ำมันมะพร้าวทาทุกวันจนกว่าจะหาย หากเป็นขี้เรื้อนเปียก ควรจะขูดผิวหนังลึกๆ จนถึงรากขน หรือขูดให้เลือดซิบๆ แล้วฟอกด้วยสบู่ที่ใช้รักษาโรคเรื้อนแล้วทาด้วยยาฆ่าแมลง เช่น เบนซิลเบนโซเอท แล้วจึงใช้ยาพวกกำมะถันทา ถ้าหากเป็นมากๆ ควรแบ่งรักษาเป็นส่วนๆ ไป

7. หลอดลมอักเสบติดต่อ
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส และ หรือเชื้อแบคทีเรีย อาจเป็นตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งคู่ โดยเชื้อจะผงอยู่ในน้ำมูก น้ำลายที่ลอยปะปนมากับอากาศ จะเข้าร่างกายสุนัขไปตามทางเดินหายใจ หลอก ลมและปอด ส่วนใหญ่พบเกิดกับสุนัขเล็กอายุไม่เกิน 6 เดือน
อาการ เป็นโรคที่เป็นแล้วหายยาก เนื่องจากจะเรื้อรังกินเวลานาน บางตัวอาจเป็นนับเดือน แต่ไม่ใช่โรคร้ายแรงสำหรับสุนัข เพราะซักระยะหนึ่งสุนัขจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น โดยอาการเริ่มต้นจะมีอาการไข้ตัวร้อน กินอาหารไม่ได้ เซื่องซึม ไอแรงๆ แห้งๆ จนน่าตกใจ หรือจะเรียกว่า 'โรคไอติดต่อ' ก็คงไม่ผิดและอาจมีโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น ปอดบวม ฯลฯ
การดูแล ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี ส่วนการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบติดต่อตามกำหนดอย่าให้ขาด
และโรคที่เกิดจากการเลี้ยงดู
1. นิ่ว
สาเหตุ เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตในร่างกาย หรือการตกผลึกของโปรตีนและเมือกในระบบปัสสาวะ โดยมากนิ่วมักจะเกิดอยู่ตามกระเพาะ และท่อปัสสาวะ สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบแน่ชัด แต่สาเหตุโน้มนำคือ การกินอาหารประเภทโปรตีนและแร่ธาตุสูงเกินความจำเป็นติดต่อกันเป็นเวลานาน
อาการ สุนัขจะค่อนข้างทรมาน เนื่องจากปัสสาวะไม่ออก หรือไม่ก็กะปริบกะปรอย บ้างก็มีเลือดปนมากับปัสสาวะ ท้องจะเริ่มโตขึ้นเนื่องจากมีน้ำมากและสุนัขจะต้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
การดูแล ต้องนำสุนัขไปพบสัตวแพทย์ ให้ทำการวินิจฉัยถึงขนาด ชนิด และตำแหน่งของนิ่ว เพื่อดำเนินการรักษาต่อไป
2. อ้วน
สาเหตุ อาจเกิดได้จากหลายๆ สาเหตุ เช่น ให้อาหารมากเกินไป หรือเน้นอาหารจำพวกแป้ง ไขมันจนเกินความจำเป็น การกินจุกจิกก็ทำให้สุนัขอ้วนพุงโย้ได้เช่นกัน นอกจากนี้การออกกำลังกายหรือความผิดปกติของฮอร์โมนภายในร่างกายก็มีผลทำให้สุนัขอ้วนได้
อาหาร เมื่อสุนัขอ้วนเกินไป ร่างกายจะผิดxxxส่วน เวลาจะเดิน นั่ง วิ่งก็ไม่คล่องตัว ซึม เนื่อยง่าย พาลให้กลายเป็นสุนัขขี้เกียจและสิ่งที่จะตามมาก็คือดรคภัยต่างๆ โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับข้อต่อและเอ็น
การดูแล ให้อาหารสุนัขเป็นเวลา โดยงดการกินจุกจิก หมั่นพาสุนัขไปเดินเล่นออกกำลังกายอยู่เสมอ แต่หากพบว่ามีความผิดปกติทางฮอร์โมน เช่น กินน้ำบ่อย ปัสสาวะถี่ ขนร่วง และอ้วนขึ้นเรื่อยๆ ควรพาไปปรึกษาสัตวแพทย์
3. กระดูกอ่อน
สาเหตุ เกิดจากการได้รับแคลเซี่ยมในอัตราส่วนที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย อาจจะได้รับมากรหือน้อยเกินไปก็ทำให้เกิดเป็นโรคนี้ได้ทั้งสิ้น
อาการ สุนัขจะแสดงอาการออกทางขาโดยส่วนใหญ่ เช่น เดินไม่ปกติ ขาโก่ง เวลาจะลุกจะนั่งดูแล้วขัดสายตา
การดูแล จัดอาหารให้สุนัขอย่างเหมาะสมตามxxxส่วน หากเป็นอาการดังกล่าวควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง สำหรับการดูแลโดยตรงจากผู้เลี้ยงคือ การพาเจ้าตัวยุ่งไปออกกำลังกายรับแสงแดด หากเป็นมากต้องทำกายภาพบำบัด
จาก http://www.talingchanpet.com


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
 
กระโดดไป: