News





สหรัฐฯ เผย มาตรการลงโทษรัสเซียเริ่มออกฤทธิ์แล้ว



   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจที่ชาติตะวันตกดำเนินการต่อรัสเซียเริ่มส่งผลกดดันหนักขึ้นทุกวัน และทำให้รัฐบาลมอสโกไม่สามารถหาอาวุธยุทโธปกรณ์มาเสริมกำลังเพื่อเดินหน้าทำการรบในยูเครนได้อย่างง่ายดายแล้ว แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในวันอาทิตย์ว่า มาตรการควบคุมการค้าที่สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรดำเนินการต่อรัสเซียส่งผลให้มอสโกไม่สามารถนำเข้าชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับการสร้างอาวุธเพิ่มเพื่อทดแทนส่วนที่ถูกทำลายเสียหายไปในสงครามในยูเครน หรือบางครั้งก็ถูกทิ้งไว้ในสนามรบขณะที่กองทัพยูเครนถอนกำลังกลับเพราะปราชัยต่อฝ่ายยูเครนที่ตีกลับมาสำเร็จ รมต.บลิงเคน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ State of the Union ทางสถานีข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า “ต้นทุน(ของรัสเซีย)นั้นพุ่งสูงขึ้นทุกวัน ... ภาระของรัสเซียก็หนักหนาขึ้นทุกวัน” รมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า พันธมิตรชาติตะวันตกนั้น “คอยเฝ้ามองตลอดเวลา” เพื่อหาหนทางต่าง ๆ ในการบีบการดำเนินมาตรการลงโทษให้รุนแรงขึ้นเพื่อบั่นทอนเศรษฐกิจและความพยายามของรัสเซียในการเดินหน้าทำสงครามในยูเครน บลิงเคนกล่าวหารัสเซียว่า “พยายามใช้ฤดูหนาวเป็นอาวุธ” ด้วยการระดมทำการโจมตีทางอากาศต่อแหล่งพลังงานและน้ำของยูเครนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเขย่าขวัญและกำลังใจของชาวยูเครน พร้อมชี้ว่า “นี่คือความป่าเถื่อนโดยแท้” ด้วย ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมอังกฤษรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่จัดทำเมื่อไม่นานมานี้ที่แสดงให้เห็นว่า แรงสนับสนุนของประชาชนชาวรัสเซียต่อสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 10 เดือนนี้เริ่มลดลงแล้ว และในรายงานข่าวกรองฉบับล่าสุดที่ออกมาในวันอาทิตย์ กระทรวงกลาโหมอังกฤษเปิดเผยว่า องค์กรสื่ออิสระแห่งหนึ่งของรัสเซียอ้างว่า ตนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่หน่วยงาน Federal Protective Service ของรัฐบาลมอสโกรวบรวมไว้และชี้ว่า 55% ของชาวรัสเซียเห็นด้วยกับการเจรจาสันติภาพกับยูเครน ขณะที่ เพียง 25% ยังคงสนับสนุนการทำสงครามต่อไป เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีรายงานว่า ชาวรัสเซียราว 80% แสดงตนสนับสนุนสงครามในยูเครน   ในส่วนสถานการณ์การสู้รบนั้น รายงานข่าวระบุว่า รัสเซียยังคงเดินหน้าใช้ปืนใหญ่ยิงโจมตีเมืองเคอร์ซอน ทางด้านใต้ของยูเครน อย่างต่อเนื่อง ยาโรสลาฟ ยานูเชวิช ผู้ว่าการเมืองเคอร์ซอน ระบุในข้อความที่โพสต์ผ่านแอปพลิเคชั่นเทเลแกรม ว่า “ผู้รุกรานจากรัสเซียเริ่มกลับมาระดมยิงเคอร์ซอน ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเครือข่ายพลังงาน และทำให้เมืองทั้งเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้อีกครั้ง” โดยกล่าวเสริมว่า ช่างเทคนิคกำลังเร่งซ่อมแซมเครือข่ายไฟฟ้าแล้ว ทั้งนี้ นับตั้งแต่กองทัพรัสเซียถอยร่นออกไปจากเมืองเคอร์ซอน กองกำลังยูเครนสามารถรุดหน้าผลักดันไปยังพื้นที่ทางใต้ผ่านเขตปกครองซาปอริซห์เชีย เพื่อยึดคืนอาณาเขตที่เคยถูกรัสเซียยึดครองไปได้เพิ่มพร้อม ๆ กับขับไล่ผู้รุกรานออกไปด้วย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตัน โพสต์     ข้อมูลบางส่วนมาจาก เอพี รอยเตอร์และเอเอฟพี
แหล่งข่าวจาก