News





รัสเซียโครงการน้ำมันที่มีบริษัทต่างชาติถือหุ้น-เพิ่มเดิมพันต้านแรงกดดันจากตะวันตก



   ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เพิ่มเดิมพันในการทำสงครามเศรษฐกิจกับชาติตะวันตกและพันธมิตรทั้งหลาย ด้วยการเข้ายึดโครงการก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน Sakhalin-2 (ซัคคาลิน-2) ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตะวันออกไกลของประเทศ ซึ่งคาดว่า อาจจะนำไปสู่การบีบนักลงทุนต่างชาติรายอื่น ๆ ต้องถอนตัวออกจากรัสเซียในที่สุด ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ คำสั่งของปธน.ปูติน ที่ลงนามให้มีผลเมื่อวันพฤหัสบดี นำมาซึ่งการจัดตั้งบริษัทแห่งใหม่เพื่อเข้าดูแลจัดการสิทธิ์และความรับผิดชอบต่าง ๆ ของบริษัท Sakhalin Energy Investment Co ซึ่งมีบริษัทพลังงาน Shell และบริษัทเทรดดิ้งสัญชาติญี่ปุ่นอีก 2 แห่ง ซึ่งก็คือ Mitsui และ Mitsubishi ร่วมกันถือหุ้นสัดส่วนเกือบ 50% อยู่ กฤษฎีกาความหนา 5 หน้านี้ ระบุว่า ทำเนียบเครมลินจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะอนุญาตให้หุ้นส่วนต่างชาติรายใดยังคงดำเนินธุรกิจในรัสเซียต่อไปได้อีกด้วย บริษัท ก๊าซพรอม (Gazprom) ซึ่งรัฐบาลรัสเซียเป็นเจ้าของ ถือหุ้นสัดส่วนเกิน 50% ใน Sakhalin-2 อยู่แล้ว โดยโครงการพลังงานนี้ เป็น ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มากถึง 12 ล้านตันต่อปี โดยถือครองสัดส่วน 4% ของจำนวนที่มีการผลิตทั่วโลก และมีลูกค้าหลัก ๆ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย และหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย การที่มอสโกเดินหน้ายึดกิจการพลังงานแห่งนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะก่อความระส่ำในตลาด LNG โลกซึ่งอยู่ในภาวะตึงตัวอยู่แล้ว แม้ว่า รัสเซียจะเอ่ยปากออกมาแล้วว่า ไม่มีแผนที่จะสั่งหยุดการนำส่งพลังงานจากโครงการ Sakhalin-2 ปัจจุบัน ญี่ปุ่นนำเข้า LNG ราว 10% ที่ใช้ในประเทศในแต่ละปีจากรัสเซีย ผ่านสัญญาซื้อขายระยะยาวกับ Sakhalin-2 เป็นหลัก ซึ่งสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในรัสเซียนี้อาจะยกระดับความเสี่ยงให้กับญี่ปุ่น เพราะไม่มีใครทราบว่า กรุงมอสโกจะทำอะไรกับบริษัทต่างชาติที่ยังดำเนินธุรกิจในรัสเซียอยู่ หลังจากชาติตะวันตกดำเนินมาตรการลงโทษมากมายต่อตน ลูซี่ คัลเลน นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ Wood Mackenzie ให้ความเห็นว่า “กฤษฎีกาของรัสเซียมีผลให้รัฐบาลสามารถเวนคืนสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติใน Sakhalin Energy Investment Co ซึ่งหมายถึง การยกระดับความตึงเครียดที่มีอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก” ที่ผ่านมา บริษัทสัญชาติตะวันตกมากมายได้ถอนตัวออกจากรัสเซียไปแล้ว โดยอีกหลายแห่งประกาศว่า มีแผนจะยุติการดำเนินธุรกิจในเร็ว ๆ นี้ แต่สิ่งที่ปธน.ปูติน เพิ่งสั่งดำเนินการออกมานี้กำลังทำให้แผนการถอนธุรกิจของบริษัทที่เหลืออยู่ ซึ่งมีความซับซ้อนอยู่แล้ว ยิ่งยุ่งยากขึ้นไปอีก เพราะมอสโกกำลังเตรียมออกกฎหมายใหม่ที่จะให้อำนาจรัฐบาลในการยึดทรัพย์สินของบริษัทสัญชาติตะวันตกที่ต้องการถอนตัวมาเป็นของตนอยู่   รายงานข่าวระบุว่า บริษัท Shell ซึ่งประกาศเมื่อหลายเดือนก่อนว่า ตนตั้งใจจะถอนตัวจากโครงการ Sakhalin-2 โดยเริ่มมีการพูดคุยกับผู้ที่สนใจมาซื้อหุ้นจากตนแล้ว บอกกับผู้สื่อข่าวในวันศุกร์ว่า บริษัทกำลังประเมินกฤษฎีกาล่าสุดของทางการรัสเซียอยู่ แหล่งข่าวเปิดเผยว่า Shell เชื่อว่า มีความเสี่ยงที่รัสเซียจะแปรรูปทรัพย์สินที่บริษัทต่างชาติถือครองอยู่ให้มาเป็นของรัฐ ขณะที่ ปธน.ปูติน ย้ำมาเสมอว่า มอสโกจะตอบโต้สหรัฐฯ และพันธมิตรทั้งหลายที่ทำการอายัดสินทรัพย์ของรัสเซียและดำเนินมาตรการลงโทษต่าง ๆ ต่อตน ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นประกาศย้ำว่า จะไม่ถอนตัวออกจากโครงการ Sakhalin-2 ซึ่งบริษัท Mitsui ถือหุ้น 12.5% และบริษัท Mitsubishi ถือหุ้น 10% อยู่   นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าวในวันศุกร์ว่า การตัดสินใจล่าสุดของรัสเซียจะไม่ส่งผลให้ญี่ปุ่นหยุดการนำเข้า LNG ขณะที่ โคอิชิ ฮากิอุดะ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลกรุงโตเกียวไม่ได้คิดว่า กฤษฎีกาของรัสเซียนั้นเป็นเงื่อนไขเรียกร้องใด ๆ รมต.ฮากิอุดะ กล่าวว่า ญี่ปุ่นมีสำรอง LNG พอสำหรับใช้งานได้ 2-3 สัปดาห์ และตนได้ติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ และออสเตรเลียเพื่อพิจารณาจำหน่ายแก๊สนี้ให้กับญี่ปุ่นแล้ว รอยเตอร์ ติดต่อไปยัง Gazprom รวมทั้ง Sakhalin-2 และกระทรวงพลังงานรัสเซีย เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับกลับมา   ที่มา: รอยเตอร์  
แหล่งข่าวจาก