News





กองทัพรัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มโอเดสซา-คร่าชีวิตชาวยูเครนกว่า 21 ราย



   กองทัพรัสเซียยิงขีปนาวุธถล่มแคว้นโอเดสซา ของยูเครน ในวันศุกร์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บอีกหลายสิบ เจ้าหน้าที่กองทัพยูเครนเปิดเผยว่า ขีปนาวุธที่รัสเซียยิงออกมานั้นทำลายอาคารที่พักอาศัยอย่างน้อย 1 แห่ง ขณะที่ มีเด็กอย่างน้อย 2 คนในกลุ่มเหยื่อที่เสียชีวิตในการโจมตีครั้งนี้   เซอร์ฮีย์ บราตชุก โฆษกของสำนักบริหารแคว้นโอเดสซา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้ที่อาจรอดชีวิตอยู่ภายใต้ซากอาคาร 9 ชั้นอีกแห่งที่ถูกยิงถล่ม พร้อมกล่าวเสริมว่า มีขีปนาวุธ 1 ลูกที่ถูกยิงเข้าใส่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายด้วย นับตั้งแต่เริ่มรุกรานยูเครนมาเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ รัสเซีย ยืนยันมาตลอดว่า กองทัพของตนไม่เคยตั้งเป้าโจมตีพลเรือนเลย ทั้งนี้ การยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่แคว้นโอเดสซาโดยกองทัพรัสเซียนั้น เกิดขึ้นหลังมอสโกประกาศถอนกำลังออกจากเกาะ สเนค ไอส์แลนด์ ของยูเครนเมื่อวันก่อนหน้า โดยพื้นที่เกาะดังกล่าวในทะเลดำ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กลายมาเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการต่อต้านของยูเครนต่อการรุกรานโดยรัสเซียมาตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา   รัสเซียใช้เกาะแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองท่า โอเดสซา เป็นฐานที่มั่นของตนหลังยึด สเนค ไอส์แลนด์ มาได้ตั้งแต่เมื่อเริ่มเปิดฉากรุกรานยูเครน และใช้เกาะนี้ทำการโจมตีและเฝ้าสังเกตการณ์การขนส่งผ่านท่าเรือต่าง ๆ ของยูเครนมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่ยูเครนรายหนึ่งของแคว้นโอเดสซา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรือขนส่งสินค้าพร้อมเมล็ดธัญพืชจำนวน 7,000 ตัน เพิ่งออกจากท่าเรือ เบิร์ดแยนสก์ ที่รัสเซียควบคุมอยู่ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังกองทัพรัสเซียถอนกำลังออกจากเกาะ สเนค ไอส์แลนด์ โดยเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวด้วยว่า เมล็ดธัญพืชที่ขนส่งออกไปนั้นมาจากคลังของรัฐบาล และเรือที่ล่องออกไปนั้นมีจุดหมายเป็น “ประเทศที่เป็นมิตร(กับยูเครน)”   ขณะเดียวกัน เออร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แจ้งต่อรัฐสภายูเครนว่า การยื่นสมัครสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของกรุงเคียฟ “อยู่ไม่ไกลความเป็นจริงแล้ว” แต่เรียกร้องให้ยูเครนเร่งทำการปฏิรูปแผนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยด่วน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุในการแถลงผ่านระบบวิดีโอลิงค์ไปยังรัฐสภายูเครน ในวันศุกร์ ว่า รัฐบาลกรุงเคียฟได้ “จัดตั้งจักรกลต่อต้านคอร์รัปชั่นที่น่าประทับใจขึ้นมาแล้ว” และย้ำว่า กรุงบรัสเซลส์และสมาชิกอียูทั้งหลายยังสนับสนุนยูเครนอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องการสู้รบเพื่อรับมือกับการรุกรานของรัสเซียและการต่อสู้ “เพื่อให้กลับมาเข้าร่วมกับครอบครัวชาวยุโรปของเรา” ด้วย ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กล่าวตอบว่า ยูเครนและสหภาพยุโรปได้เริ่มต้นบทใหม่ของประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกัน หลังบรัสเซลส์ยอมรับการยื่นใบสมัครของยูเครนเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตร 27 ประเทศนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่า “เราได้ทำการเดินทางเป็นเวลา 115 วัน เพื่อให้ได้สถานภาพผู้สมัครสมาชิก และการเดินทางไปยังจุดหมายให้ได้เป็นสมาชิกก็ไม่ควรใช้เวลานานเป็นทศวรรษ เราควรทำทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยรวดเร็ว”   ข้อมูลบางส่วนมาจาก เอพี รอยเตอร์ และเอเอฟพี
แหล่งข่าวจาก